ย้ายบ้าน

posted on 10 Sep 2010 19:41 by sundayafternoon



ไม่ได้เข้ามาอัพเดตอะไรเสียนาน
ตอนนี้ไต้ฝุ่นใกล้จะกลับมาเปิดสำนักอีกครั้ง
จึงจัดแจงปรับเปลี่ยนอะไรกันเล็กน้อยต้อนรับการกลับมาครั้งใหม่

เริ่มตั้งแต่เรื่องเล็กๆ โดยการจะปิดหน้าลิ้งค์นี้
และไปใช้หน้าใน facebook แทน
อยากรับข้อมูลข่าวสารหนังสือใน Sunday Afternoon ก่อนใคร
แอดมาเป็นเพื่อนกันได้เลยนะคะ



นอกจากนี้เราอัพเดตหน้าเว็บในไต้ฝุ่นใหม่
พร้อมใส่ภาพเค้าโครงของหนังสือเล่มใหม่
ที่ชื่อ "ห.ส.ร. (หุ่นยนต์สากลราวี)" แปลจาก Rossum's Universal Robots
เขียนโดย คาเรล ชาเพ็ก แปลโดย เจ้าสำนัก
อีกไม่นานเกินรอ ปลายเดือนกันยายนนี้ คงออกมาวางขายตามร้านต่างๆ

ขอบคุณที่เข้ามาติดตามอ่านในลิ้งค์นี้นะคะ

www.typhoonbooks.com


สำนักหนังสือไต้ฝุ่น
เปิดรับสมัครผู้ดูแลสำนักและประสานงานทั่วไป 1 คน ค่ะ

 

หน้าที่
ติดต่อประสานงานในขั้นตอนการผลิตหนังสือทั้งหมด
ดูแลการจำหน่ายหนังสือและสิ่งของต่างๆที่สำนัก
จัดส่งไปรษณีย์
และพิสูจน์อักษร


คุณสมบัติ
เพศหญิง จบการศึกษาระดับอุดมศึกษาเป็นอย่างต่ำ อายุไม่เกิน 30 ปี

ซื่อสัตย์ รักสงบ รักสะอาด ตรงต่อเวลา มนุษยสัมพันธ์ดี อยู่คนเดียวได้

มีทักษะพื้นฐานในการใช้คอมพิวเตอร์และเครื่องมือสื่อสารทั่วไป

ความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษจะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ

ที่สำคัญ ต้องเป็นคนรักการอ่าน รักหนังสือ
มีความสนใจในโลกของหนังสือ และมีเมตตาต่อหนังสือ

 

เวลางาน

จันทร์ - ศุกร์ 10.00 - 18.00 น.

 

 

หมายเหตุ

มีระยะทดลองงานสามเดือน (มีเงินเดือน)



ส่งประวัติการศึกษาและประสบการณ์ทำงาน
พร้อมรูปถ่ายปัจจุบันชัดๆอย่างน้อย 1 ภาพ

มาทางอีเมล typhoonbooks@yahoo.com เท่านั้น
ไม่รับสมัครทางไปรษณีย์

ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

 


หากผ่านการคัดเลือกเบื้องต้น
เราจะติดต่อนัดสัมภาษณ์ประมาณเดือนกันยายน ศกนี้

สวัสดีค่ะ ... พรุ่งนี้ก็จะถึงงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติอีกแล้วนะคะ
งานนี้ไต้ฝุ่นมีหนังสือออกใหม่หนึ่งเล่มคือ หมัดธรรมชาติ (MUD NATURAL)
ถ้าใครแวะไปเดินเล่นในงาน ก็ลองไปดูหนังสือใหม่ของเราได้ตามบูธต่างๆ ดังต่อไปนี้ค่ะ



สกู๊ปและบทความในหมัดธรรมชาติ
7 การ์ตูนฝักใฝ่ธรรมชาติที่ MUD อยากอ่าน
Lost Hearts: ใจหาย โดย เอ็ม.อาร์.เจมส์
5 Centimeters per Second: ระยะห่างและความเวิ้งว้างของเราไม่เคยเท่ากัน
Sign Master
ธรรมชาติกับความรุนแรง!

ฯลฯ



ขอบคุณค่ะ ^_^

ยู้ฮู ... Shikoku 2

posted on 28 Feb 2010 10:32 by sundayafternoon


หลังจากตะลุยเมือง Matsuyama แล้ว เราก็เดินทางต่อไปยังเมืองโคจิ (Kochi)
ซึ่งบรรยากาศในทริปนี้เริ่มจะคึกคักขึ้นมา
ตอนลงมาจากรถบัสรู้สึกอึ้งมาก เพราะสถานี JR ใหม่เอี่ยมสุดๆ
(สถานีรถบัสกับรถไฟของแต่ละเมืองจะอยู่ด้วยกัน สะดวกดีเนอะ)
เหมือนเพิ่งสร้างเสร็จได้ไม่นาน สถานีก็ใหญ่และโมเดิร์น
ถ้าเทียบกับผังเมืองหรือพวกสิ่งก่อสร้างต่างๆ ดูไม่เข้ากันอย่างยิ่ง

แต่ที่โคจินี่สนุก มีกิจกรรมหลายอย่างให้ทำ (และกิน)
ยิ่งตอนนี้ท่านเรียวมะ (Sakamoto Ryoma) กำลังมา เพราะมีซีรีส์ใน NHK ด้วย
ถ้าเล่าอย่างย่นย่อ เราชอบเมืองนี้ที่สุดในทริปนี้ เพราะมีหลายอารมณ์


ยกตัวอย่างแรกที่ชอบคือตลาดนัดวันอาทิตย์
จริงๆ ก็ไม่น่าตื่นเต้นสำหรับคนไทยเท่าไหร่ เพราะมันก็คือตลาดธรรมดาๆ นี่แหละ
แต่ว่าสำหรับญี่ปุ่นแล้ว ตลาดอารมณ์นี้หาได้น้อยนัก
ซึ่งที่ต้องน่าตื่นเต้นสำหรับคนต่างชาติ (หรือเฉพาะเราไม่รู้)
เพราะมันมีของกินสดๆ อร่อยๆ มาให้เลือกซื้อในราคาประหยัด



อากาศเย็นๆ เดินกินมันเผา ไทยากิ ขนมอะไรต่ออะไร
อร่อยและมีความสุขสุดๆ ประมาณว่าเห็นอะไรก็อยากกินไปหมด
ตลาดนัดนี้จัดกันเป็นประจำเฉพาะวันอาทิตย์ เวลา 5.00 - 18.00 น.
และเค้าจัดกันมายาวนานถึง 300 ปีแล้ว!!!



พูดถึงของกิน ของกินห้ามพลาดเมื่อมาที่โคจิคือ Katsuo no Tataki
คือเค้าจะเอาปลาคัตทซึโอะไปย่างแป๊บเดียวให้มันเกรียมๆ ตรงหนัง
แต่ว่าตรงส่วนเนื้อปลาจะยังดิบอยู่ แล้วก็กินจิ้มซอสเปรี้ยวๆ
เราก็กินของดิบไม่ค่อยจะเป็นหรอก แต่อยากลองชิมของเด่นในเมืองนี้
ปรากฎว่าอร่อยมาก ไม่รู้สึกคาว กินคู่กับอูเมชูว อู้หู...อร่อยจัง :P



อิ่มท้องแล้ว อย่าลืมไปเดินเที่ยวดูเมืองด้วยละ
ที่นี่เค้าก็มีพิพิธภัณฑ์การ์ตูนที่ดังๆ อยู่สองแห่ง
คือ Anpanman Museum กับ Yokoyama Memorial Manga Museum
ก็เดินเพลินๆ ดี แต่ที่อันปังแมนนี่เหมือนกับเค้าทำไว้สำหรับเด็กเล็กๆ
ประมาณเด็กอนุบาลและเด็กประถมเลยละ เรานี่กลายเป็นป้าไปเลย -_-"



แต่ชอบบริเวณรอบๆ นั้น รู้สึกคิดถึง Yufuin ขึ้นมา
เพราะว่าเป็นเมืองหุบเขา แม่น้ำ และอุดมสมบูรณ์ด้วยป่าไม้
บ้านก็เตี้ยๆ ไม่เกินสองชั้นทั้งนั้น เงียบๆ
คือต้องเดินทางออกไปไกลจากตัวเมืองโคจิเป็นชั่วโมงเลยล่ะ



สุดท้ายที่ไม่พูดถึงไม่ได้ คือท่านเรียวมะ มหาวีรบุรุษคนสำคัญของญี่ปุ่น
เรานั่งรถจากใจกลางเมืองออกไปยังหาด Katsurahama ประมาณ 30 นาที
ซึ่งที่นี่จะมีพิพิธภัณฑ์ของท่านเรียวมะ (Sakamoto Ryoma Memorial Museum)
เราชอบตัวอาคารของพิพิธภัณฑ์นะ โมเดิร์นสุดๆ เลย
ส่วนด้านในก็จัดแสดงเกี่ยวกับท่านเรียวมะ (และผู้เกี่ยวข้องกับท่าน)
แต่ว่ามีเฉพาะภาษาญี่ปุ่น ไม่มีภาษาอังกฤษเลย
จากพิพิธภัณฑ์ให้เดินไต่ลงไปตามไหล่เขาจะพบกับชายหาด
และพบกับรูปปั้นใหญ่ยักษ์ของท่านเรียวมะ



ถ้ามาเที่ยวฤดูร้อนอาจจะได้อารมณ์มากกว่านี้
ชายหาดสะอาดเรียบร้อย คือเป็นหาดเล็กๆ ที่เดินเล่นดูนู่นดูนี่ ใช้เวลาไม่นาน
มีพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำเล็กๆ และ Dog Fighting Center ด้วย (ไม่ได้ไปหรอก)
เราอยู่ที่โคจิสองคืน เสียดายถ้ามีเวลาเยอะกว่านี้ ยังมีที่อื่นๆ ที่อยากไปด้วย
ถ้านั่งรถไฟออกไปจากตัวเมือง สามารถเที่ยวป่าเขา แม่น้ำได้อย่างสนุกสนาน
แต่ดูเหมือนว่าจะเหมาะกับช่วงฤดูร้อนมากกว่า
โดยเฉพาะ 四万十川 ถ้ามีโอกาสกลับมาชิโกกุเมื่อไหร่ อยากไปที่นี่เป็นที่แรกเลย


ยู้ฮู ... Shikoku 1

posted on 17 Jan 2010 10:45 by sundayafternoon



สวัสดีค่ะ เราไม่ได้อัพเดตบล็อกมาเป็นเวลานาน
เพราะตอนนี้มีปิดสำนักพิมพ์ชั่วคราวมาเรียนต่อ
เลยถือโอกาสเอาเรื่องเที่ยวมาเล่าให้ฟังกันค่ะ
งวดนี้ เราเดินทางไปยังเกาะชิโกกุ ประเทศญี่ปุ่น เป็นเวลาสั้นๆ
เพราะปิดเทอมประมาณสองอาทิตย์ก่อนปีใหม่ที่ผ่านมาค่ะ


ช่วงก่อนคริสต์มาสที่โรงเรียนปิดเทอมระยะสั้นสองอาทิตย์ให้พักเหนื่อย
เราก็เลยจัดทริปเดินทางไกล๊ไกลไปยังเกาะชิโกกุ (Shikoku)
เหตุผลหลักๆ ที่เลือกชิโกกุเป็นเพราะว่ายังไม่เคยไป

การเดินทางครั้งนี้เพื่อความประหยัด เราใช้รถบัสลูกเดียว
นั่งกันเมื่อยไปเลย แต่ว่าก็สนุกสนานดี ดูวิวข้างทางไป (หรือไม่ก็หลับ)



Matsuyama คือจุดมุ่งหมายแรก เพราะที่นี่มีออนเซ็นที่ว่ากันว่า...
เป็นหนึ่งออนเซ็นที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น
ความดังของ Dogo Onsen ยังถูกเล่าขาน
เพราะปรากฏอยู่ในเรื่อง Botchan ของ Natsume Soseki
คือที่เมืองนี้เป็นฉากเรื่องโบ๊ตจัง (ก่อนมาญี่ปุ่นอ่านแล้วนะ แต่ยังไม่จบ แป่ว)
และ Dogo ยังเป็นออนเซ็นที่ให้แรงบันดาลใจกับ Hayao Miyazaki
สำหรับการสร้างอนิเมชั่นเรื่อง Spirited Away




ถ้าเดินทางจากสถานีรถไฟ Matsuyama ต้องต่อรถรางหรือรถบัสมา
ซึ่งคนส่วนใหญ่น่าจะใช้บริการรถรางกันนะ (เราก็ด้วย)
นอกจากรถรางสีส้มแบบที่ให้บริการวนเป็นวงกลมรอบเมือง
(เมืองนี้ปลูกส้ม ดังเรื่องส้ม ของหลายๆ อย่างเลยเป็นสีส้ม!)
ยังมีรถไฟแบบที่เลียนแบบรถไฟสมัยโบราณ ใช้บริการนั่งชมเมือง



ที่ Dogo Onsen เวลาจะเข้าไปอาบน้ำ เค้าจะให้ซื้อตั๋วที่ด้านนอก
โดยเราสามารถเลือกได้ว่าจะเอาแบบไหน (400, 800, 1200, 1500 เยน)
เราเลือกแบบถูกที่สุด 400 เยน คืออาบน้ำอย่างเดียว
(ถ้าเอาแบบแพงกว่านี้ จะมีแบบเป็นห้องส่วนตัวและได้กินดังโงะ)
คือใครๆ มาที่นี่ก็เพราะอยากเข้าออนเซ็น
แต่เราว่ามันเป็นธุรกิ๊จธุรกิจ เพราะเค้าไม่มีสบู่ ยาสระผม ไม่มีอะไรให้เลย
ถ้าใครไม่พกมาเป็นอันว่าจะต้องเสียเงินเพิ่ม -_-" (เราเองแหละ)



นอกจากความดังของ Dogo และ Botchan แล้ว
ที่นี่ยังเป็นเมืองแห่งไฮกุ เพราะว่ามีกวี (นักเขียน) ชื่อดังอยู่ที่นี่
ก่อนมาเที่ยว เราได้เรียนเกี่ยวกับความเข้มข้นของกิจกรรมไฮกุของที่นี่พอดี
เช่น เวลาแข่งให้ไฮกุ เค้าจะไม่ได้แค่แต่งกลอนไฮกุอย่างเดียว
หมายถึงว่าคิดเร็วแต่งเร็ว และใช้ภาษาหรือมีความหมายสวยงามอย่างเดียว
แต่ว่าต้องมีความรู้เรื่องการใช้ภาษาหรือความเข้าใจโลกในด้านอื่นๆ
เพื่อจะคอมเมนต์กลอนของฝ่ายตรงข้ามว่ามีจุดเด่นหรือด้อยอย่างไรด้วย
ที่นี่เลยมีมิวเซียมของ Masaoka Shiki คือ Shiki Kinen Poetry Museum
อยู่ใกล้สถานีแทรมเลย ใกล้กับ Dogo Onsen นั่นแหละ
เลยลองเข้าไปดู เพราะเรียนไฮกุอยู่ด้วย และแถวนี้ไม่ค่อยมีอะไรให้ทำมากหรอก!
เซอร์ไพรส์ที่เข้าไปแล้วเจอรูปของทีมนักเรียนที่ชนะไฮกุติดอยู่ด้วย
เพราะตอนดูวิดีโอที่เค้าแข่งไฮกุกัน เค้าชนะระดับประเทศนะ
เราประทับใจในความเก่ง และก็ชื่นชมปนขำกับความเอาจริงเอาจังกันมากๆ
แต่ที่พิเศษคือ ในเมืองนี้จะมี Haiku Post กับกระดาษไว้ให้เขียนไฮกุ
สำหรับใครก็ได้ที่แต่งแล้วหย่อนลงกล่องนี้ (แต่มันจะไปที่ไหนต่อ เราก็ไม่รู้)



นอกจากนี้ที่ Matsuyama ก็ยังมี Matsuyama Castle เป็นสถานที่ท่องเที่ยว
เราก็เลยเดินไต่ขึ้นไปดู หอบแฮ่กๆ (ไม่ยอมขึ้น Rope way ด้วย)
แต่พอขึ้นไปแล้วเห็นว่ามันเล็กนิดเดียวก็เลยเดินวนรอบๆ และชมเมืองจากมุมสูงดีกว่า
เพราะตอนไปปราสาทคุมาโมโต้ (คิวชู) รู้สึกว่ามันอลังการกว่า
ก็เลยประหยัดเงินไปด้วยซะเลย (ฮ่าๆ เหตุผลสำคัญ)

แต่เมื่อมา Matsuyama แล้ว ก็ต้องกิน Botchan Dango ใช่มั้ยละ หม่ำๆ
จบกันห้วนๆ เลยละกัน แล้วจะมาเล่าถึงเมืองอื่นๆ ต่อค่ะ


Favourites